สรุป ความน่าสนใจของการ สร้างแบรนด์อาหารเสริมด้วย Energy Drink บุกได้ทุกกลุ่มแรงงานและ New Normal !!

สร้างแบรนด์อาหารเสริมด้วย Energy Drink บุกได้ทุกกลุ่มแรงงานและ New Normal !!

เดิมที่เราจะอาจจะทราบกันดีในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังหรือ Enery Drink ที่เติบโตเป็นอย่างมากในกลุ่มคนแรงงาน แต่ปัจจุบันก็รุกตลาดเข้ามาในกลุ่มคนเมืองมากขึ้น แต่ด้วยเดิมที่เครื่องดื่มชูกำลังจะเป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในรูปแบบขวดหรือกระป๋อง และมีปริมาณน้ำตาลสูง เลยทำให้โอกาสที่คนรักสุขภาพและกลุ่มคนยุคใหม่ที่รักสุขภาพ ปัจจุบันยุคนิวนอร์มอล New Normal ที่มีพฤติกรรมการใช้สไตล์ที่ไม่เหมือนเดิม คือ พฤติกรรมที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และต้องการหาตัวช่วยเครื่องดื่มพลังงานสูง แต่ดีต่อสุขภาพที่ตอบโจทย์อีกด้วย

มูลค่าตลาดธุรกิจ Energy Drink ที่น่าสนใจ

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 3 หมื่นล้าน ปี 2562 ที่ผ่านมาโต 5.7% ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดเห็นจะมีอยู่ 3 เจ้าด้วยกัน

  1. กลุ่มโอสถสภา
  2. กลุ่มคาราบาวกรุ๊ป
  3. กลุ่ม ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล

แต่ในปัจจุบันตลาดกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง เหล่านี้ มีอัตราการเติบโตลดลง เพราะด้วยเทรนการดูแลสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดกลุ่มแบรนสร้างเครื่องดื่มชูกำลัง ที่เป็น Energy Drink พลังงานต่ำ น้ำตาลน้อย เข้ามามากขึ้น แต่ก็ยังคงอยู่ในรูปแบบขวดหรือกระป๋องพร้อมดื่ม และในสัดส่วนราคา 10-12 บาท

Energy Drink ที่ตอบโจทย์กับคนทำงาน

หากเป็นแต่ก่อน หลายคนคงมองว่า การดื่มเครื่องดื่มบำรุงกำลัง หรือภาษาของยุคนี้ที่เรียกกันทับศัพท์ว่า Energy Drink นั้น ดูจะเป็นเครื่องดื่มของเหล่าคนใช้แรงงานมากกว่าคนทำงานตามห้องแอร์ในเมือง

แต่ปัจจุบัน Energy Drink กลายเป็นเทรนด์ที่เหล่าคนเมือง โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงานนิยมกัน ด้วยเพราะนี่คือตัวช่วยที่ได้ผล ในโมงยามที่พวกเขาต้องการความแอ็กทีฟกระปรี้กระเปร่า และการบูสต์ทั้งสมองและร่างกายให้สามารถกลับมาตื่นตัวและพร้อมทำงานต่อจนจบวันได้อีกครั้ง

เครื่องดื่มหมวด Energy Drink ส่วนใหญ่นั้นมักมีสารที่เรียกว่า คาเฟอีน (Caffeine) เรารู้จักกันดีว่ามันอยู่ในชา กาแฟ และน้ำอัดลมบางยี่ห้อ รวมถึงเครื่องดื่มบำรุงกำลังทั้งหลายแหล่ ว่าแต่… คาเฟอีนมันดีหรือไม่อย่างไร เพราะก็ได้ยินทั้งเรื่องดีและไม่ดีของมันมาโดยตลอด

ความแตกต่าง ถ้าสร้างแบรนด์ Energy Drink จะมีอะไรแตกต่างบ้าง

จุดเด่นของเครื่องดื่มชูกำลังในอดีต

  1. เครื่องดื่มชูกำลังที่พร้อมดื่ม
  2. ราคาเฉลี่ย 10-12 บาท ต่อขวด
  3. เครื่องดื่มชูกำลังในอดีต มีปริมาณน้ำตาลสูง
  4. ให้พลังงานสูงต่อ 1 ขวด
  5. เครื่องดื่มชูกำลังส่วนใหญ่มีปริมาณ คาเฟอีน

จุดเด่นของเครื่องดื่มชูกำลัง ยุคใหม่

  1. มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก
  2. ราคาควบคุมได้
  3. สามารถชงดื่มได้ทุกที่ ทุกเวลา
  4. ปริมาณน้ำตาลน้อย หรือ สามารถกำหนดเป็น น้ำตาล 0% ได้เช่นกัน
  5. ควบคุมพลังงานได้ พลังงานต่ำ
  6. ตอบโจทย์คนรักสุขภาพในยุคปัจจุบันและในอนาคต

ขอบคุณข้อมูล : The Standard